เอ้อฉีตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาของเป่ยโถว ในอดีตเคยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนเส้นทางขนส่งถ่านไม้โบราณ บรรพบุรุษเคยปลูกชาในพื้นที่นี้ ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1950 – 1960 ได้เปลี่ยนมาปลูกส้มเฉ่าซาน แต่ภายหลังประสบปัญหาโรคและแมลงศัตรูพืชจนผลผลิตลดลง ในทศวรรษ 1970 จึงหันมาปลูกไผ่ตงหวาน (Green Bamboo) และพัฒนาเข้าสู่ธุรกิจการเกษตรเพื่อการท่องเที่ยวในทศวรรษ 1990 จนกลายมาเป็นฟาร์มเชิงนิเวศและนันทนาการเอ้อฉีในปัจจุบัน
บทนำ
คุณเจิน เจิ้นเจีย เจ้าของฟาร์มรุ่นที่สองได้เดินทางกลับบ้านเกิดมาสืบทอดกิจการ โดยนำประสบการณ์การเติบโตท่ามกลางป่าไผ่และแปลงผักมาต่อยอด ออกแบบกิจกรรมเรียนรู้การเกษตรที่หลากหลาย เพื่อนำนักท่องเที่ยวไปทำความรู้จักกับหน่อไม้ตงหวาน ตั้งแต่การขุดหน่อไม้ เรียนรู้เรื่องป่าไผ่ ไปจนถึงลงมือทำข้าวหลาม เพื่อสัมผัสเสน่ห์และความสนุกของวิถีชีวิตเกษตรกร นอกจากนี้ ฟาร์มยังได้จัดตั้ง “โรงแรมผึ้งโดดเดี่ยว” (Solitary Bee Hotel) และปลูกต้นอัชชูธ (Griffith’s Ash) เพื่อฟื้นฟูประชากรผึ้งโดดเดี่ยวและด้วงกว่าง เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สังเกตระบบนิเวศอย่างใกล้ชิด
ฟาร์มแห่งนี้ผลิตหน่อไม้ ผัก และผลไม้หมุนเวียนตามฤดูกาล โดยนำเสนอกิจกรรมเรียนรู้ควบคู่ไปกับเมนูอาหารรสดั้งเดิม ผ่านสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สมบูรณ์และการนำชมที่สดใสมีชีวิตชีวา ทำให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ขณะท่องเที่ยว และได้ลิ้มรสชาติแห่งผืนแผ่นดินบนโต๊ะอาหาร

ฤดูกาลของหน่อไม้ตงหวานจะอยู่ในช่วงเทศกาลตวนอู่ (บะจ่าง) ถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ การผลิตหน่อไม้ให้ได้คุณภาพดีต้องอาศัยการดูแลป่าไผ่ประคบประงมอย่างพิถีพิถัน ทั้งการถางตอไผ่และตัดไผ่แก่ในฤดูหนาว การพูนดินช่วงเช็งเม้งเพื่อป้องกันไม่ให้หน่อไม้โดนแสงแดดจนมีรสขม ในช่วงเก็บเกี่ยวจะต้องขุดหน่อไม้ทุกๆ สองวัน ส่วนฤดูมรสุมก็ต้องพูนดินซ่อมแซม พร้อมใส่ปุ๋ยและคัดเลือกหน่อแม่พันธุ์ไว้อย่างต่อเนื่องเป็นวัฏจักรทุกปี
นอกจากการจำหน่ายหน่อไม้สดแล้ว ฟาร์มยังนำไปแปรรูปเป็นหน่อไม้แห้งและซาลาเปาไส้ผักกาดเขียวตากแห้ง (เชว่หลี่หง) ส่วนในฤดูหนาวที่ไม่มีหน่อไม้ ฟาร์มจะเปลี่ยนไปปลูกผักปลอดสารพิษ เช่น ผักกาดเขียว หัวไชเท้า และผักกาดขาว นักท่องเที่ยวสามารถลงแปลงไปเก็บผัก และร่วมกันทำอาหารโบราณ เช่น เกี๊ยวซ่า ซาลาเปา ข้าวหลาม หรือพายหัวไชเท้าฝอย
จุดเด่นทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม
ป่าไผ่
การทำข้าวหลามเป็นหนึ่งในไฮไลต์อันเป็นเอกลักษณ์ของฟาร์ม นักท่องเที่ยวจะได้เริ่มตั้งแต่การเลื่อยกระบอกไผ่ เรียนรู้การใช้ก้านใบเรวในการทำเชือกมัดกระบอกไผ่ แล้วจึงบรรจุวัตถุดิบลงในกระบอกเพื่อนำไปนึ่ง ระหว่างรออาหารสุก ทุกคนสามารถเดินชมและสังเกตธรรมชาติภายในฟาร์ม ก่อนจะปิดท้ายด้วยการรับประทานข้าวหลามหอมละมุนลิ่นไผ่อันแสนอร่อย
การดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนและการฟื้นฟูระบบนิเวศ ฟาร์มนำเศษไม้ไผ่ที่ไม่ใช้แล้วมาสร้างเป็น “โรงแรมผึ้งโดดเดี่ยว” เพื่อเป็นที่สร้างรังและเลี้ยงดูตัวอ่อนของผึ้งโดดเดี่ยวสายพันธุ์ที่ไม่เป็นอันตราย และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้สังเกตระบบนิเวศธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ส่วนต้นอัชชูธจะดึงดูดด้วงกว่างให้มากินน้ำเลี้ยงจากเปลือกไม้ ในช่วงฤดูร้อนจึงมักได้เห็นภาพอันน่าสนใจของด้วงกว่าง ต่อเสือ และผีเสื้อ ออกหาอาหารพร้อมกันในจุดเดียว
นอกจากนี้ ฟาร์มจะเก็บเฉพาะร่างของด้วงกว่างที่ตายตามธรรมชาติมาทำเป็นสตัฟฟ์เพื่อการศึกษาเท่านั้น และยังนำไม้ไผ่เหลือใช้กลับมาทำเป็นนั่งร้าน หรือวัสดุสำหรับกิจกรรม DIY เช่น ที่เสียบปากกาไม้ไผ่ที่มีลวดลายเชื้อราตามธรรมชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้แนวคิดเรื่องการใช้ทรัพยากรซ้ำและการอนุรักษ์ระบบนิเวศไปพร้อมกับการลงมือทำประดิษฐ์กรรมด้วยตนเอง






ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว
หมายเลขโทรศัพท์
+886-2-28917787
ที่อยู่
No. 39, Ln. 355, Fuxing 3rd Rd., Beitou Dist., Taipei City 112008, Taiwan (R.O.C.)